"สวัสดีค่ะ เราอายุ14-15 เราอยากจะมาสอบถามเรื่อง การฟ้องค่าเลี้ยงดูบุตรค่ะ คือฝ่ายมารดาหนีไปกับชู้เพราะว่าบิดาจับได้ และมารดาเคยบอกว่าจะรับผิดชอบเราทุกอย่าง แต่มารดาก็ไม่สามารถเลี้ยงเราได้จริง ภายในระยะเวลาเกือบ 1 ปี บิดาให้เราครั้งละ 100-200 บาท รวมกันไม่ถึง1,000 บาท ไม่มีการจ่ายค่าเทอมค่าอุปกรณ์ค่าใช้จ่ายทุกวันค่ะ เราควรจะทำอย่างไรดีคะ ลูกมีสิทธิ์ฟ้อง บิดา มารดาได้หรือไหมครับ และอายุ 15 ปีถือว่ายังเป็นผู้เยาว์หรือไม"
คำตอบวิเคราะห์บทกฎหมาย
JitDee Legal AI Assistant
จากการวิเคราะห์ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย มีประเด็นทางกฎหมายที่คุณควรทราบดังนี้ครับ:
1. ประเด็นปัญหาทางกฎหมาย
- ผู้ถามมีอายุ 14–15 ปี ถือว่าเป็น "ผู้เยาว์" ตามกฎหมายหรือไม่
- บุตรผู้เยาว์มีสิทธิเรียกร้องหรือฟ้องบิดามารดาเพื่อขอค่าอุปการะเลี้ยงดู ค่าการศึกษา และค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้หรือไม่ รวมถึงมีแนวทางดำเนินการอย่างไรหากไม่มีค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี
2. หลักกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ตาม พระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 มีหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องดังนี้:
- มาตรา 13: กำหนดอำนาจพิจารณาของศาลเยาวชนและครอบครัว ซึ่งผู้เยาว์คือบุคคลที่ยังมีอายุไม่ครบยี่สิบปีบริบูรณ์ (และยังไม่ได้บรรลุนิติภาวะด้วยการสมรส)
- มาตรา 148: การพิจารณาคดีครอบครัวเกี่ยวกับการอุปการะเลี้ยงดูผู้เยาว์ ศาลจะคำนึงถึง "ประโยชน์สูงสุดของผู้เยาว์" เป็นสำคัญที่สุด
- มาตรา 155: การยื่นคำฟ้อง คำร้อง หรือการดำเนินกระบวนพิจารณาในคดีครอบครัวเพื่อเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดู ได้รับการยกเว้นไม่ต้องชำระค่าขึ้นศาลและค่าฤชาธรรมเนียมใดๆ
- มาตรา 157: ในการฟ้องเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดู ผู้ร้องหรือโจทก์สามารถยื่นเป็นหนังสือ หรือเดินทางไป "แถลงข้อหาด้วยวาจาต่อหน้าศาล" เพื่อให้ศาลบันทึกรายการข้อหาให้ได้
- มาตรา 159: กรณีจำเป็นเพื่อสงเคราะห์ผู้เยาว์ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ ศาลมีอำนาจสั่งให้กองทุนคุ้มครองเด็กจ่ายเงินสงเคราะห์ตามความจำเป็นระหว่างการพิจารณาหรือไกล่เกลี่ยคดีได้
3. การปรับบทกฎหมายกับข้อเท็จจริง
- สถานะความเป็นผู้เยาว์: คุณมีอายุ 14–15 ปี ซึ่งยังไม่ครบ 20 ปีบริบูรณ์ จึงถือว่าเป็น "ผู้เยาว์" ตามกฎหมายอย่างชัดเจน
- สิทธิการฟ้องเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดู: บิดาและมารดามีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะต้องร่วมกันอุปการะเลี้ยงดูและให้การศึกษาแก่บุตรตามสมควร เมื่อมารดาหนีหายไปและบิดาให้เงินรวมกันไม่ถึง 1,000 บาทในรอบเกือบหนึ่งปี โดยไม่จ่ายค่าเทอมหรือค่าใช้จ่ายประจำวัน ย่อมเป็นการละเลยหน้าที่ คุณจึงมีสิทธิฟ้องเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูจากทั้งบิดาและมารดาได้ ซึ่งศาลจะยึดประโยชน์สูงสุดของคุณเป็นหลักตาม มาตรา 148
- ความสะดวกและค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี:
- คุณไม่ต้องกังวลเรื่องค่าธรรมเนียมศาล เพราะกฎหมายตาม มาตรา 155 ยกเว้นค่าขึ้นศาลและค่าธรรมเนียมให้ทั้งหมดสำหรับการฟ้องเรียกค่าเลี้ยงดู
- หากไม่สามารถจ้างทนายความหรือเขียนคำฟ้องเองได้ คุณสามารถไปแถลงเรื่องราวด้วยวาจาต่อศาลได้โดยตรงตาม มาตรา 157
- เนื่องจากคุณอายุต่ำกว่า 18 ปี หากขาดแคลนค่าใช้จ่ายและค่าเล่าเรียนอย่างเร่งด่วน ศาลมีอำนาจสั่งให้กองทุนคุ้มครองเด็กจ่ายเงินช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนระหว่างดำเนินคดีได้ตาม มาตรา 159
4. บทสรุปและคำแนะนำในการดำเนินการ
คุณยังคงเป็นผู้เยาว์ และมีสิทธิตามกฎหมายอย่างเต็มที่ในการเรียกร้องค่าอุปการะเลี้ยงดูและการศึกษาจากทั้งบิดาและมารดา โดยมีแนวทางดำเนินการดังนี้ครับ:
- ขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานรัฐที่คุ้มครองเด็กโดยตรง (ไม่มีค่าใช้จ่าย):
- ติดต่อ บ้านพักเด็กและครอบครัวประจำจังหวัด หรือโทรสายด่วน 1300 (ศูนย์ช่วยเหลือสังคม) เพื่อให้นักสังคมสงเคราะห์เข้ามาดูแลสวัสดิภาพและช่วยประสานงานทางกฎหมาย
- ติดต่อ สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน (สคช.) ประจำจังหวัด เพื่อให้อัยการช่วยยื่นคำร้องหรือแต่งตั้งผู้แทนเฉพาะคดีในการฟ้องเรียกค่าเลี้ยงดูให้
- การไปศาลเยาวชนและครอบครัว: คุณสามารถเดินทางไปยังศาลเยาวชนและครอบครัวในจังหวัดที่พักอาศัยเพื่อแจ้งความประสงค์ขอแถลงข้อหาด้วยวาจาต่อศาลตาม มาตรา 157 โดยจะได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมตาม มาตรา 155
- ขอรับเงินสงเคราะห์: ในระหว่างการดำเนินเรื่อง ให้แจ้งต่อเจ้าหน้าที่หรือแถลงต่อศาลเพื่อขอรับเงินสงเคราะห์ช่วยเหลือค่าเล่าเรียนและค่าครองชีพจากกองทุนคุ้มครองเด็กตาม มาตรา 159
หากต้องการคำปรึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเตรียมเอกสารหรือขั้นตอนการติดต่อหน่วยงาน สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ตลอดเวลาครับ เป็นกำลังใจให้นะครับ
มีข้อสงสัยทางกฎหมายอื่นๆ ที่ต้องการคำปรึกษาหรือไม่?
ระบบ JitDee AI พร้อมวิเคราะห์ข้อกฎหมายไทย 24 ชั่วโมง ด้วยเทคโนโลยี RAG + Vector Search